ฝึกอบรม พนักงานอย่างไรให้ตรงกับเป้าหมายขององค์กร

ฝึกอบรมพนักงานอย่างไรให้ตรงกับเป้าหมายขององค์กร

หากกล่าวถึงการอบรมพนักงานให้มีประสิทธิภาพ HR ทุกคนคงไม่ปฏิเสธว่าขั้นตอนในการคัดเลือกผู้เข้าอบรมก็เป็นอีกขั้นตอนที่สำคัญไม่ต่างจากวิธีการในการอบรม แน่นอนค่ะหากเราไม่สามารถอบรมทุกคนในองค์กรได้ เราจะมีหลักเกณฑ์ในการคัดเลือกอย่างไรดีวันนี้เราจะหยิบทฤษฎี 80/20 “หลักการพาเรโต” มาปรับใช้ให้เข้ากับข้อจำกัดของแต่ละองค์กรกันค่ะ ลองเลือกกลุ่มเป้าหมายไปพร้อมๆกันนะค่ะ
1.อบรมพนักงานกลุ่มที่ต้องพัฒนา พัฒนาจุดด้อยเพื่อเสริมศักยภาพให้พนักงานมีความรู้ในทุกด้าน
2.อบรมบุคลากรที่ดีอยู่แล้ว(ไม่ต้องพัฒนาเพิ่ม) พัฒนาจุดเด่นให้ยิ่งเด่นขึ้นไปและค่อยๆเสริมจุดด้อยให้ได้ในระดับมาตรฐาน
หากท่านเลือกคำตอบข้อใดข้อหนึ่งแล้วเรามาดูคำตอบค่ะ ว่าสอดคล้องกับหลักการที่เรานำมาปรับใช้หรือไม่
คำตอบที่1 ผลลัพธ์ที่ท่านจะได้รับ คือบุคลากรที่มีความสามารถใกล้เคียงกัน
คำตอบที่2 ผลลัพธ์ที่ท่านจะได้รับ คือบุคลากรของท่านจะแบ่งเป็น 2 กลุ่ม คือ
-.บุคลากรที่มีศักยภาพโดดเด่นเป็นผู้นำ
-.บุคลากรที่มีศักยภาพตามมาตรฐานตาม Job งานของบริษัท
หากคุณเลือกคำตอบข้อที่ 1 เลือกพัฒนาพนักงานกลุ่มที่ผลการปฏิบัติงานเป็นไปตามมาตรฐานไปจนถึง
ต่ำกว่ามาตรฐานซึ่งก็ต้องพิจารณาดูนะค่ะว่าการสร้างหลักสูตรในการฝึกอบรมและพัฒนาบุคลากรกลุ่มนี้จะส่งผลสำเร็จให้กับบริษัทท่านหรือไม่ ถ้าคำตอบคือไม่เราไปดูคำตอบข้อที่ 2 กันค่ะ

 

เทรนนิ่งฝึกอบรมพนักงาน

หากคุณเลือกคำตอบข้อที่ 2 เลือก ฝึกอบรม เฉพาะบุคลากรที่มีประสิทธิภาพของบริษัทหรือบุคคลที่มีศักยภาพโดดเด่น
ก็จะสอดคล้องกับหลักการที่เราได้กล่าวในเบื้องต้นคือ “ หลัก80 / 20 “ “หลักการพาเรโต” ที่ตั้งขึ้นในปี 1895
ตามชื่อผู้สร้างกฎ ” วิลเฟรโด พาเรโต ” ซึ่งเป็นนักเศรษฐศาสตร์ชาวอิตาเลี่ยน กฎดังกล่าวอธิบายถึงสิ่งที่สำคัญหรือมีประโยชน์จะมีอยู่เป็นจำนวนที่น้อยกว่าสิ่งที่ไม่สำคัญหรือไม่มีประโยชน์ซึ่งมีจำนวนที่มากกว่า ในอัตราส่วน 20 ต่อ 80 หรือ ที่เรียกกันว่ากฎ 80/20 ของพาเรโตนั่นเอง ความหมายก็คือ สิ่งที่สำคัญจะมีเพียง 20 % ของสิ่งที่ไม่สำคัญอีก 80 % เป็นกฎที่แสดงถึงความไม่สมดุล ที่สามารถพบเห็นทั่วไปในชีวิตประจำวัน และในระดับมหาภาค เช่น
.. ข้อผิดพลาดในการผลิต หรือของมีตำหนิผิดพลาดจากการผลิต 20 % นั้น เป็นปัญหา 80% ของปัญหาที่เกิดขึ้นทั้งหมด ..เสื้อผ้าทั้งหมดของเรา จะมีตัวเก่งที่เราสวมใส่ประจำอยู่เพียงไม่กี่ตัวหรือเพียง 20 % เท่านั้นเอง
..หากคุณครูให้จับกลุ่มกันทำรายงานจำนวน 10 คน จะมีเพียง 2-3 คนเท่านั้นที่เป็นแกนนำในการทำการบ้านเกือบทั้งหมด ที่เหลือจะช่วยกันทำเล็กๆน้อยๆเท่านั้น
..หากเราจะอ่านหนังสือสอบ จะมีเนื้อหาเพียง 20 % ในเล่มเท่านั้นที่ออกข้อสอบ แต่ประเด็นสำคัญคือ เนื้อหาส่วนนี้อยู่ที่ไหนของเนื้อหาทั้งหมดภายในเล่ม
..คนทำงานที่เจริญก้าวหน้า ซึ่งเป็น 20 % ของคนทั้งหมด จะมีลักษณะจดจ่ออยู่กับกิจกรรมที่ไปสู่จุดมุ่งหมายหลักของชีวิต ทำในสิ่งที่ต้องการทำหรือทำให้รู้สึกดี อาจจะทำในสิ่งที่ไม่ต้องการบ้าง แต่ทำเพราะว่ามันเป็นหนทางไปสู่เป้าหมายภาพรวมที่หวังไว้ สามารถหาคนทำในสิ่งที่ไม่อยากทำหรือไม่ถนัดที่จะทำได้ และสุดท้ายคือ มีความสุขที่ได้ทำ ส่วน 80 % ที่เหลือ จะทำงานอยู่กับสิ่งที่คนอื่นต้องการให้ทำ แต่ตัวเองไม่ได้มีส่วนลงทุนอะไรตรงนั้นทำงานในงานที่ต้องการอย่างเร่งด่วนบ่อยๆ ใช้เวลาไปกับงานที่ไม่ถนัดเสียมาก การทำงานใช้เวลามากกว่าที่คิด และรวมไปถึงการที่พบว่า ตัวเองบ่นเรื่องงานอยู่ตลอดเวลา สังเกตหรือไม่ว่าในร้าน 7-11 มีสินค้าเป็นจำนวนมากหลายพันรายการ รายได้กว่า 80 %มาจากรายการสินค้าเพียง 20 % จากรายการสินค้าทั้งหมดที่วางขายอยู่ในร้านคงสงสัยว่าทำไม ไม่ขายเฉพาะสินค้าที่ขายดีเท่านั้น คำตอบก็คือ ร้านค้าจำเป็นที่จะต้องมีสินค้าที่หลากหลายเพราะว่าผู้บริโภคนั้นมีความต้องการที่มีความแตกต่างกันนั่นเอง
เช่นเดียวกันค่ะการนำกฎ 80/20ไปใช้ในการบริหารทรัพยากรที่มีอยู่จำกัดให้เกิดประโยชน์สูงสุดหากเราพบว่า สิ่งไหนให้ประโยชน์สูง ก็ควรเน้นส่งเสริมสิ่งนั้น หรือในทางตรงกันข้ามกันให้เพิ่มประสิทธิผล ของสิ่งจำนวนมากที่เหลือให้ขยายรากฐานกว้างขึ้น สรุปง่ายๆก็คือส่งเสริม ฝึกอบรม คนเก่งที่มีประสิทธิภาพ(20%) ให้เค้าเป็นผู้นำของกลุ่มคนจำนวนมาก(80%) นั่นเอง ลองนำหลักการของ” พาเรโต” ไปปรับใช้กับองค์กรของท่านดูนะค่ะ